มะเร็งปอด ภัยเงียบคร่าชีวิต!

มะเร็งปอด

มะเร็งปอด คือ หนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยส่วนมากผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดจะไม่ค่อยมีอาการแสดงออกให้เห็นในระยะแรก แต่จะมีสัญญาณที่สามารถบ่งบอกถึงการเกิดโรค เมื่อมีการเจริญเติบโตของมะเร็งมากขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ยังสามารถรักษาให้หายได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

มะเร็งปอด เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ที่ผิดปกตินั่นเอง ซึ่งสามารถตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และสามารถแพร่กระจายไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. มะเร็งชนิดเซลล์เล็ก หรือ Small Cell Lung Cancer คือ เซลล์เจริญเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตรวดเร็ว ซึ่งสามารถพบได้ถึง 10 – 15%
  2. มะเร็งชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก หรือ Non-Small Cell Lung Cancer คือ การแพร่กระจายได้ช้ากว่า และสามารถรักษาให้หายได้โดยการผ่าตัด หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะแรกๆ โดยมะเร็งชนิดนี้สามารถพบได้ประมาณ 85 – 90%

 

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค มะเร็งปอด

  1. บุหรี่ 

ซึ่งการสูบบุหรี่สามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลอดลม ทำให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ ผู้ที่สูบบุหรี่จัด จึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่กว่า 10 เท่า ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่เป็นประจำก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน โดยมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าคนทั่วไปอย่างน้อย 2 เท่าเลย หากผู้ที่สูบบุหรี่หยุดสูบก็จะมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลดลงเรื่อยๆ แต่กว่าจะลดลงจนเท่าคนที่ไม่สูบหรี่ก็ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีเลยทีเดียว

  1. โรคปอด

สำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นของโรคปอด ไม่ว่าจะเป็น เคยเป็นวัณโรค หรือ ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง ก็มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งสูงกว่าบุคคลปกติ

  1. สารพิษ

การสัมผัสสารแอสเบสตอล หรือ แร่ใยหิน ซึ่งมักใช้ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ ได้แก่ ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก คลัช การก่อสร้าง เป็นต้น สามารถทำให้เกิดโรค มะเร็งปอด เพิ่มขึ้นได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดมะเร็งเยื่อหุ้มปอดได้อีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ร่วม ก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนทั่วไปถึง 90 เท่า และยังมีสารอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง คือ สารหนู นิกเกิล โครเมียม และมลภาวะในอากาศ เป็นต้น

  1. ปัจจัยอื่นๆ 

ปัจจัยที่ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น การใช้ยาเสพติดบางประเภท ได้แก่ โคเคน ภาวะขาดวิตามิน A พันธุกรรม เป็นต้น

ระยะของ มะเร็งปอด นั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง โดยกำหนดจากตำแหน่งของเซลล์มะเร็ง การแพร่กระจายของมะเร็ง เซลล์ และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะร่างกาย ซึ่งระยะของมะเร็งนั้นมีความสำคัญต่อการรักษามาก เพราะสามารถช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา และหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม

สำหรับระยะของมะเร็งชนิดเซลล์เล็ก มี 2 ระยะ คือ 

  • ระยะที่ 1 ระยะจำกัด หรือ Limited Stage คือ การพบเซลล์มะเร็งอยู่ในปอด 1 ข้าง และต่อมน้ำเหลืองข้างเดียวเท่านั้น
  • ระยะที่ 2 ระยะลุกลาม หรือ Extensive Stage คือ การที่เซลล์มะเร็งกระจายออกนอกบริเวณช่องทรวงอกข้างนั้น หรือ กระจายสู่อวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย

สำหรับระยะของมะเร็งชนิดเซลล์ไม่เล็ก มี 4 ระยะ คือ 

  • ระยะที่ 1 เป็นระยะที่พบว่า มีก้อนบางอย่างอยู่ในปอด ซึ่งในระยะแรกนี้ผู้ป่วยมักจะไม่มีการแสดงความผิดปกติออกมา
  • ระยะที่ 2 เป็นระยะที่พบว่า มะเร็งมีการแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอด โดยในระยะที่ 1 และ 2 เป็นระยะที่สามารถรักษาได้ โดยการผ่าตัดนำก้อนเนื้อออกจากร่างกายนะ
  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่พบว่า มะเร็งแพร่กระจายไปที่ปอดกลีบอื่นๆ หรือ ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองที่กลางช่องอก หรือ ไกลออกไปจากช่องอกข้างนั้นๆ
  • ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งจะกระจายตัวไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่คอ ตับ กระดูก ต่อมหมวกไตและสมอง เป็นต้น

อาการของโรค

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยมะเร็งในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคลุกลามแล้วมักมีอาการแสดง ที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้

  1. อาการของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่
  • ไอเรื้อรัง ซึ่งอาจมี หรือ ไม่มีเสมหะก็ได้
  • ไอเป็นเลือด
  • หอบเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก เนื่องจากก้อนมะเร็งโตขึ้น จะทำให้เนื้อที่ปอด สำหรับหายใจเหลือน้อยลง หรือ ก้อนมะเร็งนั้นมีการกดเบียดหลอดลม
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจ
  • ปอดอักเสบ มีไข้
  1. อาการของระบบอื่นๆ อันได้แก่
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • บวมที่หน้า แขน คอ และทรวงอกส่วนบน เนื่องจากมีเลือดดำคั่งอยู่
  • เสียงแหบ เพราะมะเร็งลุกลามไปยังเส้นประสาทบริเวณกล่องเสียงนั่นเอง
  • ปวดกระดูก
  • กลืนลำบาก เนื่องจากก้อนมะเร็งกดเบียดหลอดอาหาร
  • อัมพาต เนื่องจากมะเร็งแพร่กระจายไปยังสมอง หรือ ไขสันหลัง
  • มีตุ่ม หรือ ก้อนขึ้นตามผิวหนัง

 

สรุป

มะเร็งปอด ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่สามารถส่งผ่านไปยังคนอื่นๆ ได้ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวเนื่องกับมะเร็งได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว โดยหากมีอาการที่เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย เพื่อเป็นการยืนยันด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเอกซเรย์ปอด (X-ray), การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan), การส่องกล้องลอดลมปอด (Bronchoscopy), การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ (Biopsy), การตรวจคัดกรองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (Low-Dose CT chest), การส่องกล้องในช่องกลางทรวงอก (Mediastinoscopy) เป็นต้น