มะเร็งสมอง ภัยเงียบที่ไม่อาจมองข้าม

ufa350คาสิโน

มะเร็งสมอง คือ โรคที่เกิดจากเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายบริเวณสมอง และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาจเกิดขึ้นเองที่เนื้อเยื่อสมอง หรือ จากการลุกลามของมะเร็งจากอวัยวะอื่น ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็น การสัมผัสสารเคมี การสูบบุหรี่ หรือ ประวัติการเกิดโรคมะเร็งของสมาชิกในครอบครัว ที่ส่งผลต่อร่างกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ ปวดศีรษะ เป็นลม คลื่นไส้อาเจียน ความคิด สติปัญญา ความทรงจำ การพูด ปัญหาด้านการทรงตัว การมองเห็น บุคลิกภาพ และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเลยทีเดียว ufa350คาสิโน

 

ufa350คาสิโน

 

สาเหตุของโรค

มะเร็งสมอง เป็นเนื้องอกอันตรายที่มีการเจริญเติบโตของเซลล์ไปในลักษณะที่ผิดปกติ หรือ ที่เรียกว่า เซลล์มะเร็ง โดยจะอาศัยเลือด และสารอาหารจากร่างกายไปหล่อเลี้ยง อาจเกิดขึ้นได้ที่บริเวณสมอง หรือ เกิดจากมะเร็งที่ลุกลาม หรือ กระจายมาจากอวัยวะอื่นได้ คือ ปอด เต้านม ไต ลำไส้ใหญ่ หรือ ผิวหนัง ซึ่งเนื้องอกที่มีเซลล์มะเร็งนี้ จะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถแพร่กระจาย และทำลายเนื้อเยื่อดีในบริเวณรอบข้าง ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกครั้ง ถึงแม้เคยผ่านการรักษามาแล้วก็ตาม 

ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่า มันเกิดจากสาเหตุใด มีเพียงปัจจัยต่างๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ ไม่ว่าจะเป็น 

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • มีประวัติการเกิดโรคมะเร็งสมองกับสมาชิกในครอบครัว
  • พฤติกรรมการสูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)
  • เป็นโรคมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่สามารถแพร่กระจายมายังสมองได้ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma)
  • การทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น พลาสติก ตะกั่ว ยาง น้ำมัน รวมถึงสิ่งทอบางชนิด
  • การสัมผัสสารกัมมันตภาพรังสี สารเคมี รวมไปถึงยากำจัดศัตรูพืชที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

 

อาการของโรค

สำหรับอาการของโรคมะเร็งสมอง ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งที่พบของเนื้องอกนั่นเอง โดยอาการที่พบอาจมีสาเหตุ หรือ เป็นผลข้างเคียงมาจากความผิดปกติอื่นก็ได้ จึงไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป หากเป็นเพียงอาการเบื้องต้น หรือ อาการที่ไม่รุนแรง แต่ก็สามารถไปพบแพทย์ได้หากเกิดมีข้อสงสัย โดยทั่วไปแล้วผู้จะมีอาการ ดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะ โดยจะมีอาการรุนแรงในตอนเช้า
  • เป็นลมหมดสติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ซึม
  • อ่อนแรงและชาบริเวณแขนและขา
  • ชัก
  • มีปัญหาการทรงตัว หรือเดินลำบาก
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีปัญหาในการพูด
  • มีปัญหาทางความคิด สติปัญญา อารมณ์ หรือสูญเสียความทรงจำ
  • มีปัญหาบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
  • มีปัญหาในการมองเห็น

 

การรักษาโรค

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งสมอง จำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ที่ประกอบด้วยหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ได้แก่ นักประสาทวิทยา ซึ่งผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาที่มากกว่าหนึ่งวิธี โดยขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และตำแหน่งของเนื้อร้าย รวมไปถึงอายุ และปัญหา หรือ เงื่อนไขทางการแพทย์อื่นๆ ของผู้ป่วย ทั้งนี้ แพทย์อาจให้สเตียรอยด์ เช่น เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) เพื่อลดอาการบวมของสมอง หรือ ให้ยากันชักในผู้ป่วยบางราย รวมไปถึงวิธีการรักษาอื่นๆ ที่ใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งสมอง คือ

  1. การผ่าตัด เพื่อทำการกำจัดเนื้องอกที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์มะเร็ง
  2. การทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือ ที่เรียกกันว่า การทำคีโม คือ การใช้ยา ซึ่งอาจเป็นยา 1 ชนิด หรือ รวมกันตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในการรักษา โดยสามารถให้ได้ ทั้งทางเส้นเลือด หรือ รับประทาน โดยจะใช้ยาเป็นรอบๆ โดยจะเว้นระยะให้ผู้ป่วยได้พักฟื้นร่างกาย และดูการตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งการทำเคมีบำบัดก็จะสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เป็นแผลในปาก ผมร่วง เป็นต้น
  3. การรักษาด้วยรังสี (Radiation Therapy) คือ การฉายแสงที่มีพลังงานสูงเพื่อทำลาย ลดการขยายตัว และหยุดการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย มักจะใช้ในผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เช่น เนื้อร้ายอยู่ในตำแหน่งที่บอบบาง และยากต่อการผ่าตัด หรือ ใช้หลังการผ่าตัดที่ยังคงหลงเหลือเซลล์มะเร็งอยู่นั่นเอง 

ซึ่งสมองอาจได้รับผลกระทบ หรือ เกิดความเสียหายจากเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูร่างกายหลังเข้ารับการรักษาโรคก่อน สามารถทำได้โดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้

  1. การฟื้นฟูโดยการรักษาแบบทางเลือก ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ หรือ การรับประทานอาหารเสริม เพื่อชดเชยสารอาหารที่สูญเสียไปในระหว่างการรักษาโรค รวมไปถึงการฝังเข็ม หรือ การใช้สมุนไพรร่วมด้วย ทั้งนี้ ก็ควรปรึกษาแพทย์ สำหรับทางเลือกที่ดี และเหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละรายนั่นเอง
  2. การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือ การทำกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจพบว่า สมองถูกทำลายจากเซลล์มะเร็ง ทำให้ส่งผลต่อความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การพูด การเดิน หรือ การปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

สรุป

ในปัจจุบัน การแพทย์ยังไม่สามารถหาวิธีการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ แต่ก็สามารถปฏิบัติตัวตามแนวทาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้เช่นกัน โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็น ยาฆ่าแมลง สารกัมมันตภาพรังสี และสารเคมี รวมถึงลดพฤติกรรมความเสี่ยงต่างๆ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เป็นต้น